<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวเด่น]]></title>
<link>https://radiolampang.prd.go.th/th/content/category/index/id/57</link>
<atom:link href="https://radiolampang.prd.go.th/th/content/category/index/id/57" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[ครม. เห็นชอบความร่วมมือไทย-ลาว สร้างสะพานเชียงแมน - หลวงพระบาง เชื่อมคมนาคม เพิ่มมูลค่าการค้า-การท่องเที่ยว]]></title>
<link>https://radiolampang.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/540701</link>
<guid isPermaLink="false">72172ae3a36765b73e2feea42bfef88a</guid>
<pubDate>Fri, 11 Sep 2026 08:17:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="color:#000000;"><span style="font-size:26px;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ครม. เห็นชอบความร่วมมือไทย-ลาว สร้างสะพานเชียงแมน - หลวงพระบาง เชื่อมคมนาคม เพิ่มมูลค่าการค้า-การท่องเที่ยว</span></span></span></p>

<p><span style="color:#000000;"><span style="font-size:26px;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่รัฐบาล สปป.ลาว สำหรับโครงการก่อสร้างสะพานเชียงแมน&ndash;หลวงพระบาง ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ วงเงินรวมทั้งสิ้น 1,783,671,500 บาท เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมโยงคมนาคมระหว่างไทยกับ สปป.ลาว โดยอนุมัติให้ สพพ. ดำเนินโครงการตามขอบเขต รูปแบบ วิธีการ และเงื่อนไขทางการเงินที่กำหนด พร้อมอนุมัติให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณเป็นรายปีในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2571&ndash;2574 รวม 4 ปี จำนวน 891,835,750 บาท และเห็นชอบให้ สพพ. กู้เงินจากสถาบันการเงินภายในประเทศ ตามเงื่อนไขที่กำหนด นอกจากนี้หาก สปป.ลาว ผิดนัดชำระหนี้ จะใช้เงินสะสมชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยไปก่อน และหากขาดสภาพคล่องสามารถขอรับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาล ทั้งนี้โครงการสะพานเชียงแมน&ndash;หลวงพระบาง สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของประเทศไทย<br />
ที่ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงการคมนาคมระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน (Connectivity) ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยเฉพาะการขยายโอกาสด้านการค้าระหว่างจังหวัดน่านกับเมืองหลวงพระบาง และเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและการขนส่งระหว่างสองประเทศ รวมทั้งจะช่วยลดระยะเวลาเดินทางระหว่างน่านกับหลวงพระบางได้อย่างน้อย 30&ndash;45 นาที ทำให้การขนส่งสินค้าสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น ด้านการท่องเที่ยว คาดว่าในช่วง 5 ปีแรก จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนจังหวัดน่านเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 80,000 คน สร้างรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 360 ล้านบาท โครงการดังกล่าวจึงมีความสำคัญทั้งในมิติการคมนาคม การค้า การท่องเที่ยว และการกระชับความสัมพันธ์ไทย&ndash;ลาว ตลอดจนสะท้อนความร่วมมืออย่างยั่งยืนและการเชื่อมโยงเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค</span></span></span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiolampang.prd.go.th/th/file/get/file/20260911c4c9b78c12b080872b3ae8004ed346f0081748.jpg' type='image/jpg' length='161401' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม.อนุมัติรถไฟทางคู่สายใต้ ชุมพร–สุราษฎร์ฯ–หาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ วงเงิน 1.06 แสนล้าน เพิ่มการขนส่ง กระตุ้นเศรษฐกิจภาคใต้]]></title>
<link>https://radiolampang.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/538215</link>
<guid isPermaLink="false">0057d04b1db639531614f5748e7bf93e</guid>
<pubDate>Thu, 03 Sep 2026 12:31:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="color:#000000;"><span style="font-size:26px;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ครม.อนุมัติรถไฟทางคู่สายใต้ ชุมพร&ndash;สุราษฎร์ฯ&ndash;หาดใหญ่&ndash;ปาดังเบซาร์ วงเงิน 1.06 แสนล้าน เพิ่มการขนส่ง กระตุ้นเศรษฐกิจภาคใต้<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) จังหวัดสงขลา มีมติเห็นชอบให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 สายใต้ 3 โครงการ วงเงินรวม 106,798.32 ล้านบาท ได้แก่ 1.ช่วงชุมพร&ndash;สุราษฎร์ธานี วงเงิน 36,892.32 ล้านบาท 2. ช่วงสุราษฎร์ธานี&ndash;ชุมทางหาดใหญ่ วงเงิน 61,534.55 ล้านบาท และ 3. ช่วงชุมทางหาดใหญ่&ndash;ปาดังเบซาร์ วงเงิน 8,371.45 ล้านบาท ทั้งนี้เป็นการปรับเพิ่มวงเงินจากเดิมที่เคยขอเสนอคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2568 เนื่องจาก รฟท. มีความจำเป็นต้องปรับปรุงรายละเอียด เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงด้านต้นทุนที่ผันผวนและควบคุมคุณภาพโครงการให้เป็นไปตามมาตรฐาน ทั้งการปรับเปลี่ยนรูปแบบงานก่อสร้างทางรถไฟรวมถึงการแก้ไขปัญหาจุดตัดทางผ่านให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ในปัจจุบัน ตลอดจนวางแนวทางโครงสร้างเพื่อป้องกันอุทกภัยจากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ซึ่งทั้ง 3 โครงการจะช่วยเสริมศักยภาพโครงข่ายคมนาคม ยกระดับระบบโลจิสติกส์ เพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการเดินรถ เชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจ เมืองสำคัญ แหล่งท่องเที่ยว และพื้นที่การผลิตตลอดแนวภาคใต้เข้าสู่โครงข่ายรถไฟสายหลักของประเทศ รวมทั้งเชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟไทยกับประเทศมาเลเซียผ่านด่านปาดังเบซาร์ สนับสนุนการค้า การท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจในภูมิภาค โดย รฟท. จะเร่งกระบวนการประกวดราคาและลงนามสัญญาจัดซื้อจัดจ้างได้ภายในปี 2570 และมีแผนดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จในปี 2576 พร้อมทั้งปรับรูปแบบโครงสร้างทางรถไฟในช่วงคลอง ร.1 ถึงคลองอู่ตะเภา จากคันทางเป็นโครงสร้างสะพานบก เพื่อลดผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม อีกทั้ง กระทรวงคมนาคมยังเดินหน้าก่อสร้างโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา และโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ภายใต้แนวคิดคมนาคมสีเขียว เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทางและขนส่งสินค้า เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวและชุมชน เพิ่มความรวดเร็วในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินและการอพยพประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติ&nbsp;<br />
โดยให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรและวิถีชีวิตชุมชนอย่างยั่งยืน</span></span></span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiolampang.prd.go.th/th/file/get/file/202609038f317012db77c3b197cb6f9ffd6b2b5d123148.jpg' type='image/jpg' length='173261' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม.สัญจรสงขลา ยกระดับ 5 จังหวัดภาคใต้ เคาะ Quick Win 4 ด้าน เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงรับมือภัยพิบัติ เดินหน้าประกันภัยพิบัติ 30 ล้านครัวเรือน]]></title>
<link>https://radiolampang.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/538214</link>
<guid isPermaLink="false">18a1e768247f7bddc5ae15743c123555</guid>
<pubDate>Thu, 03 Sep 2026 12:19:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="color:#000000;"><span style="font-size:26px;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">การประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2569 ณ จังหวัดสงขลา ได้กำหนดแนวทางเร่งด่วน หรือ Quick Win ในพื้นที่ทั้ง 5 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ยะลา นราธิวาส และปัตตานี เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปดำเนินการทันที โดยครอบคลุม 4 เรื่องสำคัญ คือ เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และการบริหารจัดการภัยพิบัติ โดยด้านเศรษฐกิจ มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโตจากศักยภาพของพื้นที่ ทั้งภาคเกษตร การค้า การลงทุน อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว ปรับปรุงเงื่อนไขเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ด้านสังคม แก้ไขปัญหาความยากจน ดูแลกลุ่มเปราะบาง เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการสาธารณสุข โดยอนุมัติงบออกแบบก่อสร้างโรงพยาบาลหาดใหญ่ แห่งที่ 2 ทำ MOU แรงงานไทย-มาเลเซีย และการแก้ไขปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา (Zero Dropout) ด้านความมั่นคง เน้นสร้างความมั่นคงควบคู่กับการทำงานร่วมกับประชาชน เพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายความปลอดภัยในพื้นที่ นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ AI มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพ<br />
การรักษาความปลอดภัยและการบริหารจัดการจุดผ่านแดน ด้านภัยพิบัติ เห็นชอบให้ก่อสร้างศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ปัตตานี ระบบระบายน้ำของเทศบาลนครหาดใหญ่และเทศบาลเมืองควนลัง และปรับปรุงแก้มลิงคลองเรียน นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังได้เห็นชอบในหลักการการจัดให้มี &ldquo;ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ&rdquo; และให้ภาครัฐจัดซื้อประกันภัย<br />
ให้กับประชาชน โดยคุ้มครองที่อยู่อาศัยครอบคลุมประมาณ 30 ล้าน<br />
หลังคาเรือน ใน 3 ประเภทภัย ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว&nbsp;<br />
กรณีอุทกภัย ให้จ่ายส่วนที่หนึ่ง จำนวน 10,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน กรณีวาตภัยหรือแผ่นดินไหว ให้จ่ายส่วนที่หนึ่ง จำนวน 5,000 บาท<br />
ต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ภายใน 15 วัน และจ่ายเพิ่มเติมตามมูลค่า<br />
ความเสียหายจริง วงเงินค่าสินไหมทดแทนรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 100,000 บาท&nbsp;<br />
ต่อครั้งต่อหลังคาเรือนและคุ้มครองการเสียชีวิต โดยจ่ายเงินผลประโยชน์ รายละ 2,000,000 บาท ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนได้รับเงินชดเชยเร็วกว่าและมากกว่าระบบเดิม เปลี่ยนจากการ &ldquo;รอเยียวยาเมื่อเกิดเหตุ&rdquo; ไปสู่การ &ldquo;เตรียมความพร้อมและบริหารความเสี่ยงล่วงหน้า&rdquo;</span></span></span><br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiolampang.prd.go.th/th/file/get/file/2026090358e38d10cb91c83a70876b63ccee477a122002.jpg' type='image/jpg' length='198099' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม. เห็นชอบร่างกฎหมายคุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว ยกระดับการคุ้มครอง–เพิ่มโทษหนักขึ้น]]></title>
<link>https://radiolampang.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/537137</link>
<guid isPermaLink="false">1f22764deb51a3d1021bfc0ac21c2919</guid>
<pubDate>Thu, 27 Aug 2026 12:37:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="color:#000000;"><span style="font-size:26px;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ครม. เห็นชอบร่างกฎหมายคุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว ยกระดับการคุ้มครอง&ndash;เพิ่มโทษหนักขึ้น<br />
คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. &hellip;. เพื่อปรับปรุงกฎหมายให้ทันต่อสถานการณ์ และเพิ่มประสิทธิภาพในการคุ้มครองผู้ถูกกระทำ<br />
🔹 ความรุนแรงในครอบครัว &ldquo;ยอมความไม่ได้&rdquo; ครอบคลุมทั้งการทำร้ายร่างกาย การทำให้เกิดความหวาดกลัวหรือไม่ปลอดภัย รวมถึงการจำกัดหรือบั่นทอนความสามารถทางเศรษฐกิจและการประกอบอาชีพ<br />
🔹 ขยายการคุ้มครองให้ครอบคลุมมากขึ้น<br />
รวมถึงอดีตคู่สมรส อดีตคู่ชีวิต และผู้ที่อยู่ในครัวเรือนเดียวกันและพึ่งพาอาศัยกัน<br />
🔹 ป้องกันก่อนเกิดเหตุ<br />
เจ้าหน้าที่สามารถออกคำสั่งบรรเทาทุกข์ชั่วคราว เช่น ห้ามผู้ก่อเหตุเข้าใกล้ผู้ถูกกระทำ หรือห้ามเสพสิ่งมึนเมา เพื่อป้องกันเหตุรุนแรงได้อย่างรวดเร็ว<br />
🔹 เพิ่มโทษให้หนักขึ้น<br />
ผู้กระทำความรุนแรงในครอบครัว อาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเพิ่มโทษหากกระทำต่อเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี หรือกระทำผิดซ้ำภายใน 3 ปี<br />
🔹 คุ้มครองผู้แจ้งเหตุโดยสุจริต<br />
ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครอง<br />
📊 ข้อมูลปี 2568 พบเหตุความรุนแรงในครอบครัวมากกว่า 2,000 เคส โดยกว่า 20% เกี่ยวข้องกับการใช้อารมณ์และความโกรธ และมากกว่า 20% มีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติด<br />
🎯 เป้าหมายสำคัญ คือ &ldquo;คุ้มครองผู้ถูกกระทำ ป้องกันความรุนแรง ลดการเกิดเหตุซ้ำ และสร้างระบบช่วยเหลือที่รวดเร็วและเป็นธรรม&rdquo; เพื่อให้ &ldquo;บ้าน&rdquo; กลับมาเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนในครอบครัว</span></span></span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiolampang.prd.go.th/th/file/get/file/20260831a464eaabc6d909f6c910981e2784abd5123756.jpg' type='image/jpg' length='38669' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม. อนุมัติงบกลาง 558 ล้านบาท เยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมปี 69]]></title>
<link>https://radiolampang.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/537134</link>
<guid isPermaLink="false">b4c76acfba611bce5337df756d38d2a8</guid>
<pubDate>Thu, 27 Aug 2026 12:33:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="color:#000000;"><span style="font-size:26px;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ครม. อนุมัติงบกลาง 558 ล้านบาท เยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมปี 69<br />
คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบกลาง 558.739 ล้านบาท ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยช่วงฤดูฝน ปี 2569 ครอบคลุม 41 จังหวัด รวม 60,971 ครัวเรือน และผู้เสียชีวิต 5 ราย โดยมีหลักเกณฑ์สำคัญ ดังนี้<br />
🏠 บ้านได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม/ดินโคลนถล่ม<br />
ได้รับเงินช่วยเหลือ ครัวเรือนละ 9,000 บาท<br />
💧 น้ำท่วมขังติดต่อกันเกิน 7 วัน<br />
ได้รับเงินช่วยเหลือ ครัวเรือนละ 9,000 บาท<br />
🕊️ เสียชีวิตจากอุทกภัยหรือดินโคลนถล่มโดยตรง<br />
ได้รับเงินช่วยเหลือ รายละ 2 ล้านบาท<br />
📍 สำหรับ จังหวัดน่าน กรมบัญชีกลางอนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการเพิ่มเติม 100 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือด้านต่าง ๆ เช่น<br />
🏠 ซ่อมแซมบ้านสูงสุด 88,600 บาท<br />
🛠️ เครื่องมือประกอบอาชีพสูงสุด 13,500 บาท<br />
🏥 ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ 5,000&ndash;16,600 บาท<br />
🕊️ ค่าจัดการศพสูงสุด 35,700 บาท<br />
🏡 ค่าเช่าบ้านสูงสุดเดือนละ 2,500 บาท ไม่เกิน 2 เดือน<br />
🌾 ซ่อมแซมโรงเรือนการเกษตรสูงสุด 6,800 บาท<br />
📌 ผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบจริง สามารถแจ้งข้อมูลต่อ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้นำชุมชน เพื่อรวบรวมและดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอน โดยภาครัฐเร่งอำนวยความสะดวกด้านเอกสาร เพื่อให้การช่วยเหลือถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด<br />
🤝 รัฐบาลมุ่งช่วยเหลือ ฟื้นฟู และดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว</span></span></span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiolampang.prd.go.th/th/file/get/file/20260831cb4f6812c41c25a360258da7a566c9f7123428.jpg' type='image/jpg' length='59085' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม. อนุมัติ 433 ล้าน เสริมความปลอดภัย 7 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา]]></title>
<link>https://radiolampang.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/534766</link>
<guid isPermaLink="false">c19c9614835e0355932f79a75a1d9500</guid>
<pubDate>Wed, 19 Aug 2026 13:34:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="color:#000000;"><span style="font-size:26px;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ครม. อนุมัติ 433 ล้าน เสริมความปลอดภัย 7 จังหวัดชายแดนไทย&ndash;กัมพูชา<br />
🛡️ สร้างบังเกอร์&ndash;หลุมหลบภัย 1,669 แห่ง<br />
📢 เพิ่มหอกระจายข่าว 143 แห่ง<br />
📡 อัปเกรดระบบสื่อสาร&ndash;แจ้งเตือนภัย ให้เข้าถึงประชาชนรวดเร็ว<br />
รัฐบาลเดินหน้าเสริมความปลอดภัยประชาชนชายแดนไทย&ndash;กัมพูชา<br />
ครม. อนุมัติงบกลางกว่า 433 ล้านบาท ให้กรมการปกครอง ดำเนิน 3 กิจกรรมเร่งด่วนใน 7 จังหวัดชายแดน ได้แก่ ตราด จันทบุรี สระแก้ว บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี<br />
🛡️ สร้างบังเกอร์และหลุมหลบภัย 1,669 แห่ง<br />
📢 สร้างหอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน 143 แห่ง<br />
📡 ปรับปรุงระบบสื่อสารวิทยุเฉพาะกิจแบบดิจิทัล ให้ครอบคลุมพื้นที่ชายแดน<br />
เป้าหมายสำคัญ คือ ให้ประชาชนได้รับการแจ้งเตือนและความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและทั่วถึง โดยเฉพาะเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน<br />
เพราะความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดน คือสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก 🇹🇭🛡️<br />
🇹🇭 &ldquo;ความปลอดภัยประชาชน ต้องมาก่อน&rdquo;<br />
ครม. อนุมัติงบกลาง 433.5 ล้านบาท เสริมความพร้อม 7 จังหวัดชายแดนไทย&ndash;กัมพูชา ทั้งบังเกอร์ หลุมหลบภัย หอกระจายข่าว และระบบสื่อสาร เพื่อให้การแจ้งเตือนภัยและการช่วยเหลือประชาชนทำได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน</span></span></span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiolampang.prd.go.th/th/file/get/file/2026082488967db54996d7dd611f88fe38e39c50133455.jpg' type='image/jpg' length='50282' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม. เห็นชอบกฎหมายแรงงาน 4 ฉบับ เพิ่มสิทธิคนทำงาน–คุ้มครองแรงงานยุคใหม่–รับรองคู่สมรสเท่าเทียม]]></title>
<link>https://radiolampang.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/534751</link>
<guid isPermaLink="false">4d7f47086a89ab55c1c9b4e6845d9102</guid>
<pubDate>Wed, 19 Aug 2026 13:16:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="color:#000000;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><span style="font-size:26px;">ครม. เห็นชอบกฎหมายแรงงาน 4 ฉบับ เพิ่มสิทธิคนทำงาน&ndash;คุ้มครองแรงงานยุคใหม่&ndash;รับรองคู่สมรสเท่าเทียม<br />
คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ ร่างกฎหมายและหลักเกณฑ์ด้านแรงงาน 4 ฉบับ ตามข้อเสนอของกระทรวงแรงงาน เพื่อยกระดับสิทธิและหลักประกันให้คนทำงาน 3 กลุ่มสำคัญ ได้แก่ คนประจำเรือ ผู้รับงานไปทำที่บ้าน และลูกจ้างรัฐวิสาหกิจที่มีคู่สมรสตามหลักสมรสเท่าเทียม<br />
⚓ คนประจำเรือ<br />
กำหนดให้นายจ้างนำเข้าสู่ระบบประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทนโดยตรง ได้รับสิทธิประโยชน์ 7 กรณี ทั้งเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และว่างงาน พร้อมห้ามให้คนประจำเรืออายุต่ำกว่า 18 ปีทำงานช่วง 22.00&ndash;06.00 น. เพื่อคุ้มครองเด็กและเยาวชน<br />
🏠 ผู้รับงานไปทำที่บ้าน<br />
ขยายความคุ้มครองให้รองรับการรับงานผ่านระบบออนไลน์ ครอบคลุมงานอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม เกษตรกรรม และบริการ พร้อมกำหนดหลักประกันด้านค่าตอบแทน และห้ามจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี รวมถึงห้ามให้เด็กต่ำกว่า 18 ปีและหญิงมีครรภ์ทำงานที่เป็นอันตรายตามที่กฎหมายกำหนด<br />
หากผู้จ้างไม่คืนหลักประกันหรือไม่จ่ายค่าตอบแทนโดยไม่มีเหตุอันสมควร ต้องรับผิดชอบดอกเบี้ยและเงินเพิ่ม ร้อยละ 15 ต่อปี และผู้ฝ่าฝืนจ้างเด็กต่ำกว่า 15 ปี มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับ 400,000&ndash;800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ<br />
🏳️&zwj;🌈 ลูกจ้างรัฐวิสาหกิจ &ndash; สิทธิสมรสเท่าเทียม<br />
ปรับถ้อยคำจาก &ldquo;สามีหรือภรรยา&rdquo; เป็น &ldquo;คู่สมรส&rdquo; เพื่อให้ครอบคลุมคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมายโดยไม่จำกัดเพศ ส่งผลให้ได้รับสิทธิอย่างเท่าเทียม ทั้ง เงินทดแทน ค่ารักษาพยาบาล และค่าทำศพ คาดว่าช่วงปี 2569&ndash;2573 จะมีผู้ได้รับประโยชน์จากสิทธิค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นประมาณ 11,064&ndash;12,021 คน<br />
📌 กระทรวงแรงงานระบุว่า การปรับปรุงกฎหมายครั้งนี้เป็นการยกระดับระบบสวัสดิการและมาตรฐานแรงงานให้สอดคล้องกับรูปแบบการทำงานและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้คนทำงานได้รับความคุ้มครองอย่างเหมาะสมและเท่าเทียม</span></span></span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiolampang.prd.go.th/th/file/get/file/2026082416914792ac46993fe762e63bee40e3f5131714.jpg' type='image/jpg' length='55089' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ ชวนภาคธุรกิจออสเตรเลีย ใช้ไทยเป็นฐานการลงทุน เชื่อมตลาดอาเซียน ขยายความร่วมมือ 5 อุตสาหกรรมต่อยอดหุ้นส่วนเศรษฐกิจ]]></title>
<link>https://radiolampang.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/534746</link>
<guid isPermaLink="false">238820c5a3a1680a0a036838d5a543ac</guid>
<pubDate>Wed, 19 Aug 2026 13:13:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="color:#000000;"><span style="font-size:26px;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">นายกฯ ชวนภาคธุรกิจออสเตรเลีย ใช้ไทยเป็นฐานการลงทุน เชื่อมตลาดอาเซียน ขยายความร่วมมือ 5 อุตสาหกรรมต่อยอดหุ้นส่วนเศรษฐกิจ<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเยือนเครือรัฐออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 17&ndash;20 สิงหาคม 2569 ตามคำเชิญของนายแอนโทนี แอลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย นับเป็นการเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีไทย ครั้งแรกในรอบ 14 ปี เพื่อยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย&ndash;ออสเตรเลีย และขยายความร่วมมือในทุกมิติ<br />
🌏 นายกรัฐมนตรีแสดงวิสัยทัศน์ ในหัวข้อ Beyond the Thailand&ndash;Australia Bilateral Partnership พร้อมเสนอ 3 แนวทางสำคัญในการรับมือโลกที่มีความไม่แน่นอน ได้แก่<br />
✅ 1. เสริมความเข้มแข็งของภูมิภาคนิยม (Regionalism)<br />
สนับสนุนความเป็นเอกภาพและบทบาทศูนย์กลางของอาเซียน รักษาช่องทางการเจรจา สร้างความไว้วางใจ และผลักดันความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรม รวมถึงยืนยันการแก้ไขปัญหาผ่านสันติวิธีและกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศ<br />
✅ 2. รักษาความเป็นอิสระเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Autonomy)<br />
ขยายความร่วมมือกับประเทศหุ้นส่วนบนพื้นฐานผลประโยชน์ของชาติ พร้อมยกระดับความร่วมมือไทย&ndash;ออสเตรเลียในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมออนไลน์ รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายระหว่างสองประเทศ<br />
✅ 3. สร้างภูมิคุ้มกันและความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ (Resilience)<br />
ต่อยอดความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน ผ่านความตกลงการค้าเสรี พร้อมยกระดับสู่ &quot;หุ้นส่วนที่มีความยืดหยุ่นและพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง&quot; โดยผสานจุดแข็งของทั้งสองประเทศ<br />
💼 เร่งดึงการลงทุน สร้างโอกาสใหม่ให้ประเทศไทย<br />
รัฐบาลเดินหน้าขยายความร่วมมือกับออสเตรเลียใน 5 สาขาสำคัญ ได้แก่<br />
🌾 เกษตรกรรมและอาหาร<br />
⚡ พลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงาน<br />
💻 อุตสาหกรรมดิจิทัลและสร้างสรรค์<br />
🏭 การผลิตขั้นสูง<br />
🎓 การศึกษา<br />
พร้อมผลักดันนโยบาย Thailand FastPass เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักลงทุนที่มีคุณสมบัติได้รับการอนุมัติดำเนินธุรกิจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และเชิญชวนภาคธุรกิจออสเตรเลียใช้ประเทศไทยเป็น ฐานการลงทุนและประตูสู่ตลาดอาเซียนกว่า 700 ล้านคน เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน และรายได้ให้กับประเทศ<br />
🎨 หนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยสู่เวทีโลก<br />
นายกรัฐมนตรียังได้เยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ Canva และหารือแนวทางส่งเสริมครีเอเตอร์ไทยและ SMEs ให้นำผลงานด้านการออกแบบและวัฒนธรรมไทยเข้าสู่แพลตฟอร์มระดับโลก เปิดโอกาสสร้างรายได้จากตลาดต่างประเทศ พร้อมขยายความร่วมมือด้านการศึกษากับเยาวชนไทย เพื่อเตรียมกำลังคนสู่เศรษฐกิจยุคใหม่<br />
🇹🇭✨ การเยือนครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการยกระดับความสัมพันธ์ไทย&ndash;ออสเตรเลีย สร้างความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม ขยายการค้า การลงทุน และเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ เพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืนของประเทศไทย</span></span></span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiolampang.prd.go.th/th/file/get/file/20260824d420da68ec5389279cd2e691142a8c56131429.jpg' type='image/jpg' length='171536' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม. ยกระดับ “ความปลอดภัยในสถานศึกษา” เป็นวาระแห่งชาติ]]></title>
<link>https://radiolampang.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/531168</link>
<guid isPermaLink="false">6dcc7810e1488e2fad73c828a19acd3e</guid>
<pubDate>Wed, 12 Aug 2026 19:57:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="color:#000000;"><span style="font-size:26px;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">🏫🛡️ ครม. ยกระดับ &ldquo;ความปลอดภัยในสถานศึกษา&rdquo; เป็นวาระแห่งชาติ<br />
เดินหน้าป้องกันเหตุ ดูแลนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา พร้อมดูแลทั้ง &ldquo;กายและใจ&rdquo;<br />
📌 7 มาตรการความปลอดภัยในสถานศึกษา ที่ให้ดำเนินการทันที ได้แก่<br />
1️⃣ ตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย ในทุกสถานศึกษา เป็นช่องทางให้คำปรึกษา แจ้งปัญหา และช่วยเหลือนักเรียน ครู บุคลากร และผู้ปกครอง<br />
2️⃣ จัดทำแผนรักษาความปลอดภัยและแผนเผชิญเหตุ พร้อมระบบสื่อสาร การตรวจตรา และซักซ้อมรับมือเหตุฉุกเฉินอย่างสม่ำเสมอ<br />
3️⃣ ดูแลสุขภาพจิตนักเรียน มีระบบคัดกรอง ให้คำปรึกษา ช่วยเหลือ และส่งต่อผู้เชี่ยวชาญ พร้อมพัฒนาครูแนะแนวให้มีทักษะด้านการปฐมพยาบาลทางใจ<br />
4️⃣ บูรณาการทุกภาคส่วน ประสานตำรวจ สาธารณสุข นักจิตวิทยา ฝ่ายปกครอง อปท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมป้องกันและแก้ไขปัญหา<br />
5️⃣ เปิดพื้นที่ให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วม สามารถเข้ามาสังเกตการณ์และเยี่ยมเยียนการจัดการเรียนการสอนได้ตามความเหมาะสม<br />
6️⃣ สร้างวัฒนธรรมสันติและสัมพันธภาพที่ดี ส่งเสริมการแก้ปัญหาโดยไม่ใช้ความรุนแรง รู้จักจัดการอารมณ์และความขัดแย้ง พร้อมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนักเรียน ครู และผู้ปกครอง<br />
7️⃣ School Safety Zone 🚫 ห้ามนำหรือพกพาอาวุธปืน วัตถุระเบิด ยาเสพติด บุหรี่ไฟฟ้า เครื่องช็อตไฟฟ้า มีด ดาบ กรรไกร คัตเตอร์ และสิ่งของอันตรายเข้ามาในสถานศึกษาโดยเด็ดขาด หากพบความเสี่ยง ให้ประสานผู้ปกครอง ตำรวจ หรือฝ่ายปกครองดำเนินการทันที<br />
🚨 หากเกิดภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉินร้ายแรงที่กระทบต่อความปลอดภัย สามารถ สั่งปิดสถานศึกษาได้ตามความจำเป็น และดำเนินมาตรการความปลอดภัยโดยทันที<br />
💙 รัฐบาลยืนยัน &ldquo;ไม่รอให้เกิดเหตุแล้วค่อยแก้ไข&rdquo; แต่จะเร่งป้องกัน เตรียมพร้อม และดูแลนักเรียนทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เพื่อให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเรียนรู้และการใช้ชีวิต<br />
📣 นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อ ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความปลอดภัยและการใช้เครื่องมือสื่อสารหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของนักเรียนและนักศึกษาในสถานศึกษา ผ่านระบบกลางทางกฎหมาย Law.go.th ตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม &ndash; 9 กันยายน 2569 เพื่อวางระบบกฎหมายรองรับความปลอดภัยในสถานศึกษาในระยะยาว<br />
#ความปลอดภัยในสถานศึกษา</span></span></span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiolampang.prd.go.th/th/file/get/file/2026081265b34227da2de812e93922e2bf465724195852.jpg' type='image/jpg' length='201415' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม. ยกระดับความปลอดภัยข้อมูลภาครัฐ สกัดข้อมูลรั่วไหลทั่วประเทศ]]></title>
<link>https://radiolampang.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/531162</link>
<guid isPermaLink="false">b9c1c72f71c60ada09b32b7c7cc93fec</guid>
<pubDate>Wed, 12 Aug 2026 19:44:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="color:#000000;"><span style="font-size:26px;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแนวทางยกระดับความปลอดภัยทางไซเบอร์ของหน่วยงานภาครัฐ หลังพบความเสี่ยงจากข้อมูลบัญชีผู้ใช้งานและรหัสผ่านรั่วไหล โดยมุ่งป้องกันไม่ให้ข้อมูลประชาชนถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม และสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบดิจิทัลภาครัฐ<br />
📌 3 มาตรการเร่งด่วน<br />
1️⃣ Force Reset Password<br />
ให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานภาครัฐกว่า 300 กรม เปลี่ยนรหัสผ่านใหม่ทันที เพื่อตัดวงจรการนำรหัสผ่านเดิมที่อาจรั่วไหลไปใช้สวมรอยเข้าระบบ<br />
2️⃣ System Cleansing ภายใน 15 วัน<br />
ให้ทุกกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบระบบสารสนเทศภาครัฐกว่า 30,000 ระบบ หากพบระบบเก่าหรือระบบร้างที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ต้องปิดการเข้าถึงส่วนหลังบ้าน (Back-end) อย่างถาวรภายใน 15 วัน เพื่อไม่ให้กลายเป็นช่องโหว่ให้ผู้ไม่หวังดีโจมตี<br />
3️⃣ บังคับใช้ MFA 🔒<br />
ยกระดับการยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย หรือ Multi-Factor Authentication (MFA) ในระบบภาครัฐ เพื่อเพิ่มความปลอดภัย แม้ชื่อผู้ใช้หรือรหัสผ่านจะรั่วไหล ผู้ไม่หวังดีก็ยังไม่สามารถเข้าสู่ระบบได้โดยง่าย เช่น การใช้ Digital Identity อย่าง ThaID หรือวิธีอื่นที่มีความมั่นคงปลอดภัย<br />
⚠️ ทำไมต้องเร่งดำเนินการ?<br />
ปัจจุบันภัยไซเบอร์มีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งการหลอกลวงแบบ Phishing การใช้มัลแวร์ดักจับรหัสผ่าน การใช้รหัสผ่านซ้ำหลายระบบ หรือการปล่อยระบบเก่าที่ยังเปิดช่องทางเข้าถึงไว้<br />
มาตรการครั้งนี้จึงไม่ได้มุ่งเพียง &ldquo;ปิดช่องโหว่&rdquo; แต่เป็นการยกระดับความปลอดภัยของระบบดิจิทัลภาครัฐทั้งระบบ เพื่อปกป้องข้อมูลของประชาชน หน่วยงานรัฐ และสร้างความเชื่อมั่นต่อบริการภาครัฐในยุคดิจิทัล<br />
🇹🇭 ภาครัฐต้องปลอดภัย ข้อมูลประชาชนต้องได้รับการคุ้มครอง<br />
รัฐบาลเดินหน้าป้องกันเชิงรุก ลดความเสี่ยงจากภัยไซเบอร์ และยกระดับมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยทางดิจิทัลของประเทศไทยให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล</span></span></span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiolampang.prd.go.th/th/file/get/file/20260812e83881f60297addc66cfe82a8a193c46194544.jpg' type='image/jpg' length='121202' />
</item>
</channel>
</rss>
