ครม. ยกระดับ “ความปลอดภัยในสถานศึกษา” เป็นวาระแห่งชาติ

🏫🛡️ ครม. ยกระดับ “ความปลอดภัยในสถานศึกษา” เป็นวาระแห่งชาติ
เดินหน้าป้องกันเหตุ ดูแลนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา พร้อมดูแลทั้ง “กายและใจ”
📌 7 มาตรการความปลอดภัยในสถานศึกษา ที่ให้ดำเนินการทันที ได้แก่
1️⃣ ตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย ในทุกสถานศึกษา เป็นช่องทางให้คำปรึกษา แจ้งปัญหา และช่วยเหลือนักเรียน ครู บุคลากร และผู้ปกครอง
2️⃣ จัดทำแผนรักษาความปลอดภัยและแผนเผชิญเหตุ พร้อมระบบสื่อสาร การตรวจตรา และซักซ้อมรับมือเหตุฉุกเฉินอย่างสม่ำเสมอ
3️⃣ ดูแลสุขภาพจิตนักเรียน มีระบบคัดกรอง ให้คำปรึกษา ช่วยเหลือ และส่งต่อผู้เชี่ยวชาญ พร้อมพัฒนาครูแนะแนวให้มีทักษะด้านการปฐมพยาบาลทางใจ
4️⃣ บูรณาการทุกภาคส่วน ประสานตำรวจ สาธารณสุข นักจิตวิทยา ฝ่ายปกครอง อปท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมป้องกันและแก้ไขปัญหา
5️⃣ เปิดพื้นที่ให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วม สามารถเข้ามาสังเกตการณ์และเยี่ยมเยียนการจัดการเรียนการสอนได้ตามความเหมาะสม
6️⃣ สร้างวัฒนธรรมสันติและสัมพันธภาพที่ดี ส่งเสริมการแก้ปัญหาโดยไม่ใช้ความรุนแรง รู้จักจัดการอารมณ์และความขัดแย้ง พร้อมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนักเรียน ครู และผู้ปกครอง
7️⃣ School Safety Zone 🚫 ห้ามนำหรือพกพาอาวุธปืน วัตถุระเบิด ยาเสพติด บุหรี่ไฟฟ้า เครื่องช็อตไฟฟ้า มีด ดาบ กรรไกร คัตเตอร์ และสิ่งของอันตรายเข้ามาในสถานศึกษาโดยเด็ดขาด หากพบความเสี่ยง ให้ประสานผู้ปกครอง ตำรวจ หรือฝ่ายปกครองดำเนินการทันที
🚨 หากเกิดภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉินร้ายแรงที่กระทบต่อความปลอดภัย สามารถ สั่งปิดสถานศึกษาได้ตามความจำเป็น และดำเนินมาตรการความปลอดภัยโดยทันที
💙 รัฐบาลยืนยัน “ไม่รอให้เกิดเหตุแล้วค่อยแก้ไข” แต่จะเร่งป้องกัน เตรียมพร้อม และดูแลนักเรียนทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เพื่อให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเรียนรู้และการใช้ชีวิต
📣 นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อ ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความปลอดภัยและการใช้เครื่องมือสื่อสารหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของนักเรียนและนักศึกษาในสถานศึกษา ผ่านระบบกลางทางกฎหมาย Law.go.th ตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม – 9 กันยายน 2569 เพื่อวางระบบกฎหมายรองรับความปลอดภัยในสถานศึกษาในระยะยาว
#ความปลอดภัยในสถานศึกษา


image รูปภาพ

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
e-government
ginfo
สนง.ป้องกันและปราบปราม
กยศ