เกษตรลำปาง แนะเกษตรกร วิธีการฟื้นฟูสวนผลไม้และไม้ยืนต้น หลังน้ำลด

จากสถานการณ์อุทกภัยฝนตกหนักน้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่เกษตรในห้วงวันที่ 27 - 30 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา ทำให้ในหลายพื้นที่การเกษตรของจังหวัดลำปางได้รับความเสียหาย เกิดน้ำท่วมขังและระบายน้ำไม่ทัน
ทางด้าน นายธีระพงศ์ ฤทธิโชติ เกษตรจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตรมีแนวทางในการฟื้นฟูไม้ผลและไม้ยืนต้น ที่เกษตรกรจะต้องนำไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเอง โดยหลังจากที่น้ำลดลงและขณะที่ดินยังเปียกอยู่ ห้ามนำเครื่องจักรกลหนักเข้าไปในพื้นที่และห้ามบุคคล รวมทั้งสัตว์เลี้ยงเข้าไปเหยียบย่ำบริเวณโคนต้นพืชโดยเด็ดขาด เพราะดินที่ถูกน้ำท่วมขังจะมีโครงสร้างง่ายต่อการถูกทำลาย และเกิดการอัดแน่นได้ง่าย ซึ่งเป็นผลเสียต่อการไหลซึมของน้ำ รวมทั้งจะกระทบกระเทือนต่อระบบรากของพืช ทำให้ต้นไม้ทรุดโทรม และอาจตายได้
สำหรับในพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง ควรหาทางระบายน้ำออกจากบริเวณโคนต้นพืชโดยเร็ว โดยอาจขุดร่องระบายน้ำให้น้ำไหลออกจากพื้นที่ให้มากที่สุดในสภาพน้ำท่วมที่มีการชะพาเอาดินหรือทรายมาทับถมในบริเวณแปลงปลูกไม้ผลหรือไม้ยืนต้น หลังจากน้ำลดลงและดินแห้งแล้วควรทำการขุดหรือปาดเอาดินหรือทรายออกจากโคนต้นพืช
เกษตรจังหวัดลำปาง กล่าวเพิ่มเติมว่า ระยะแรกหลังจากน้ำลด ระบบรากของพืชยังไม่สามารถดูดกินธาตุอาหารพืชจากดินได้ตามปกติ ควรมีการฉีดพ่นปุ๋ยทางใบให้แก่พืช อาจใช้ปุ๋ยน้ำสูตร 12-12-12 หรือ 12-9-6 หรือจะใช้ปุ๋ยเกล็ดสูตร 21-21-21 และ 16-21-27 ละลายน้ำฉีดพ่นให้แก่พืช
นอกจากนี้ ภายหลังน้ำท่วม มักพบปัญหาเรื่องรากเน่าและโคนเน่า เพราะรากต้องอยู่ในน้ำเป็นเวลานานๆ ทำให้ขาดออกซิเจน (อากาศ) และเกิดรากเน่า ดังนั้น เมื่อดินแห้งแล้วควรมีการพรวนดิน เพื่อเพิ่มออกซิเจนให้แก่รากพืช ทำให้รากพืชแตกใหม่ได้ดีขึ้น และควรใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาฟื้นฟูความสมบูรณ์ของรากและป้องกันการทำลายของเชื้อราสาเหตุโรค ตามคำแนะนำ
ทั้งนี้ หากเกษตรกรมีข้อสงสัยสามารถขอรับคำแนะนำเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัด และสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
e-government
ginfo
สนง.ป้องกันและปราบปราม
กยศ