ฝ่ายสรรพกำลัง มณฑลทหารบกที่ 32 ประชาสัมพันธ์การเรียกกำลังพลเข้ารับราชการทหาร ประจำปี 2568

          ฝ่ายสรรพกำลัง มณฑลทหารบกที่ 32 ขอประชาสัมพันธ์การเรียกกำลังพลเข้ารับราชการทหาร ประจำปี 2568 โดยกำลังพลสำรองที่ได้รับ "คำสั่งเรียกพล" (ตพ.17) ขอให้ท่านไปรายงานตัวตามที่อยู่ที่ระบุในหมายเรียกพล ภายในวัน เวลา และสถานที่ ที่กำหนด พร้อมทั้งเตรียมเอกสาร หลักฐานประกอบการรายงานตัว ดังนี้
- การแต่งกายชุดสุภาพกางขายาว รองเท้าหุ้มส้น
- สมุดประจำตัวทหารกองหนุนประเภทที่ 1 หรือ สด.8
- คำสั่งเรียกพล (ตพ.17)
- บัตรประจำตัวประชาชน
          ทั้งนี้ หากกำลังพลสำรองที่หลีกเลี่ยงขัดขืนการเรียกกำลังพลสำรองเข้ารับราชการทหาร โดยไม่ไปรายงานตัวตามคำสั่งเรียกพล ( ตพ.17 ) ตามวัน, เวลา และสถานที่ที่กำหนดหรือไป ณ สถานที่ที่กำหนดแต่ไม่เข้ารับราชการทหาร จะมีความผิดตามกฎหมาย ดังต่อไปนี้
1. กำลังพลสำรอง ที่มีหน้าที่เข้ารับราชการทหารในการเรียกกำลังพลสำรอง เพื่อตรวจสอบ เพื่อฝึกวิชาทหาร เพื่อปฏิบัติราชการ หรือเพื่อทดลองความพรั่งพร้อม หรือในการระดมพล ตามมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติกำลังพลสำรอง พ.ศ. 2558 หากหลีกเลี่ยง หรือขัดขืนไม่มา หรือมาแต่ไม่เข้ารับราชการทหารจะมีความผิดและมีโทษตามมาตร 37 แห่งพระราชบัญญัติกำลังพลสำรอง พ.ศ. 2558 ซึ่งจะต้องถูกดำเนินคดีในศาลพลเรือน ดังนี้
พระราชบัญญัติกำลังพลสำรอง พ.ศ. 2558 มาตรา 37
1) กำลังพลสำรองผู้ใดหลีกเลี่ยง หรือขัดขืนไม่มา หรือมาแต่ไม่เข้ารับราชการทหารในการเรียกกำลังพลสำรองเพื่อตรวจสอบ ตามมาตรา 20 จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2) กำลังพลสำรองผู้ใดหลีกเลี่ยง หรือขัดขืนไม่มา หรือมาแต่ไม่เข้ารับราชการทหาร กำลังพลสำรองเพื่อฝึกวิชาทหาร หรือเพื่อปฏิบัติราชการ หรือเพื่อทดลองความพรั่งพร้อม หรือระดมพล ตามมาตรา 20 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี
2. กำลังพลสำรองที่เข้ารับราชการทหาร แต่หลีกเลี่ยงหรือขัดขืนไม่อยู่รับราชการทหารตามมาตรา 20 จนครบกำหนดเวลา ถือว่าผู้นั้นกระทำความผิดฐานหนีราชการ ซึ่งกำลังพลสำรองผู้นั้นจะต้องถูกดำเนินคดีในศาลทหาร
พระราชบัญญัติกำลังพลสำรอง พ.ศ. 2558 มาตรา 38 กำลังพลสำรองผู้ใดหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนไม่อยู่รับราชการทหารตามมาตรา 20 จนครบกำหนดเวลาตามที่กำหนดในคำสั่งเรียกโดยมิได้รับอนุญาต หรือไม่มาปฏิบัติราชการเมื่อพ้นกำหนดอนุญาตลาแล้ว ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำความผิดฐานหนีราชการและต้องระวางโทษตามกฎหมายว่าด้วยอาญาทหารและให้นำบทบัญญัติตามกฎหมายว่าด้วยอาญาทหารในส่วนที่เกี่ยวกับอำนาจลงทัณฑ์ในความผิดต่อวินัยทหารมาใช้บังคับแก่การกระทำความผิดนี้
3. นายจ้างหรือผู้ประกอบการ ผู้ใดไม่จ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างซึ่งเป็นกำลังพลสำรองในวันลาเพื่อรับราชการทหาร ตามพระราชบัญญัติกำลังพลสำรอง พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท ตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติกำลังพลสำรอง พ.ศ. 2558
4. นายจ้างหรือผู้ประกอบการ สามารถขอส่วนลดในการใช้บริการสถานที่หรือสิ่งอำนวยความสะดวกของกองทัพบก ได้แก่ โรงแรม ร้านค้าสวัสดิการ สนามกอล์ฟ และเข้ารับการศึกษาอบรมในหลักสูตรวิทยาลัยการทัพบก และหลักสูตรพัฒนาความสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร ตามโควตาที่กำหนด โดยให้ มณฑลทหารบก ส่งรายชื่อนายจ้างหรือผู้ประกอบการให้กับหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน เพื่อพิจารณา
“ กำลังพลสำรอง รู้หน้าที่ พร้อมทันทีเมื่อเรียกพล ”

ทั้งนี้ฝ่ายสรรพกำลัง มณฑลทหารบกที่ 32 ขอขอบคุณกำลังพลสำรองทุกท่านให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีเสมอมา


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
e-government
ginfo
สนง.ป้องกันและปราบปราม
กยศ