ผลงาน “Smart Data Fusion for Smart Mining Safety” ของทีมกองวางแผนปฏิบัติการ ฝ่ายบริหารเหมืองแม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) คว้ารางวัลชนะเลิศประเภทนวัตกรรมกระบวนการ จากผลงานที่เข้าร่วมประกวด 21 ทีม ในงาน EGAT Safety Together 2026 ด้วยการผสานข้อมูลจากอากาศยานไร้คนขับและเครื่องเลเซอร์สแกนภาคพื้นดิน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสำรวจพื้นที่ ลดระยะเวลารบกวนการทำงานของเครื่องจักร และยกระดับความปลอดภัยในการปฏิบัติงานเหมือง
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เหมืองแม่เมาะ จังหวัดลำปาง สร้างผลงานด้านนวัตกรรมความปลอดภัย โดยทีมผู้ปฏิบัติงานกองวางแผนปฏิบัติการ ฝ่ายบริหารเหมืองแม่เมาะ คว้ารางวัลชนะเลิศประเภทนวัตกรรมกระบวนการ จากผลงาน “Smart Data Fusion for Smart Mining Safety” ในงานส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และรักษาความปลอดภัย ประจำปี 2569 (EGAT Safety Together 2026) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8–9 ตุลาคม 2569 ณ หอประชุมเกษม จาติกวณิช กฟผ. สำนักงานใหญ่ จังหวัดนนทบุรี โดยมีนางพัชรินทร์ รพีพรพงศ์ รองผู้ว่าการบริหาร กฟผ. เป็นประธานเปิดงาน
นายธเนศพล บุญประกอบ หัวหน้าแผนกรังวัดเหมือง กองวางแผนปฏิบัติการ ฝ่ายบริหารเหมืองแม่เมาะ เปิดเผยว่า นวัตกรรมดังกล่าวพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ไขข้อจำกัดของการสำรวจและรังวัดปริมาณดินและถ่านหิน ซึ่งวิธีการเดิมต้องหยุดเครื่องจักรกลหนักเพื่อเข้าสำรวจพื้นที่เฉลี่ย 60 ชั่วโมงต่อเดือน ส่งผลให้สูญเสียโอกาสในการขุดขนดินและผลิตถ่านหิน อีกทั้งยังมีความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ ฝุ่นละออง เสียง และกลิ่นจากถ่านหินที่เกิดการติดไฟ
เดิมการสำรวจใช้เครื่องเลเซอร์สแกนภาคพื้นดิน (Terrestrial Laser Scanning: TLS) เพื่อเก็บข้อมูลกลุ่มจุดสามมิติ (Point Cloud) ซึ่งมีความถูกต้องสูง แต่มีข้อจำกัดจากสภาพภูมิประเทศที่อาจบดบังแนวสแกน ทำให้ต้องเปลี่ยนตำแหน่งติดตั้งอุปกรณ์หลายครั้ง และจำเป็นต้องปฏิบัติงานใกล้พื้นที่ทำงานของเครื่องจักร
ขณะที่การใช้อากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aerial Vehicle: UAV) สามารถเก็บข้อมูลได้รวดเร็ว แต่ต้องจัดวางจุดควบคุมภาคพื้นดิน (Ground Control Point: GCP) จำนวนมาก เพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้องเพียงพอสำหรับการคำนวณปริมาณดินและถ่านหิน จึงใช้เวลาเตรียมการค่อนข้างมาก
ทีมงานจึงพัฒนาแนวทางผสานข้อมูลจากทั้งสองเทคโนโลยี โดยนำข้อมูล Point Cloud จากเครื่อง TLS มาใช้เป็นจุดควบคุมภาคพื้นดินที่ได้จากข้อมูลเลเซอร์สแกน หรือ TLS-Derived Cloud Ground Control Points (CGCP) ทำให้สามารถใช้อากาศยานไร้คนขับเก็บข้อมูลได้โดยไม่ต้องวางจุดควบคุมภาคพื้นดินในพื้นที่จริงตามวิธีการเดิม
กระบวนการทำงานเริ่มจากใช้เครื่อง TLS สแกนพื้นที่เพื่อสร้างข้อมูล CGCP จากนั้นบิน UAV เพื่อเก็บภาพถ่ายและแปลงเป็นข้อมูล Point Cloud ก่อนปรับตำแหน่งข้อมูลให้สอดคล้องกับ CGCP แล้วนำข้อมูลจากทั้งสองส่วนมาผสานเข้าด้วยกัน เพื่อเติมเต็มพื้นที่ที่การสแกนแต่ละวิธีเข้าถึงได้ไม่ครบถ้วน จนได้แบบจำลองภูมิประเทศที่สมบูรณ์และมีความถูกต้องสูงขึ้น ช่วยลดระยะเวลาปฏิบัติงานภาคสนาม ลดการรบกวนการทำงานของเครื่องจักร และเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน
ปัจจุบัน ผลงานดังกล่าวได้ยื่นจดอนุสิทธิบัตรในประเทศไทยแล้ว พร้อมขยายผลการใช้งานทั้งภายในและภายนอก กฟผ. อาทิ งานปรับปรุงโรงไฟฟ้าแม่เมาะ Unit 12–13 งานปรับปรุงระบบสายพานยิปซัม และงานบำรุงรักษาหอสูงเก็บน้ำและถังน้ำ รวมถึงการให้บริการงานวิศวกรรมรังวัดเชิงพาณิชย์แก่บริษัท ไฟฟ้า หงสา จำกัด ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนหงสา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
นอกจากนี้ ผลงาน Smart Data Fusion for Smart Mining Safety ยังได้รับรางวัลระดับนานาชาติ 2 รางวัล ได้แก่ รางวัล Semi Grand Prix และเหรียญทอง จากงาน The 5th Silicon Valley International Inventions Festival (SVIIF) 2026 ณ Santa Clara Convention Center รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา และได้รับคัดเลือกให้นำเสนอผลงานในเวที Geospatial World Forum 2026 ณ กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์
ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนศักยภาพของบุคลากรเหมืองแม่เมาะในการพัฒนานวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับการทำงานจริง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ควบคู่กับการลดความเสี่ยงและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการปฏิบัติงานอย่างยั่งยืน
ปรับพาดหัวให้กระชับและดึงดูดขึ้นลดศัพท์เทคนิคให้อ่านเข้าใจง่ายตัดเนื้อหาซ้ำและจัดลำดับใหม่